5 อันดับโทรศัพท์มือถือเล่นเกมเร็ว แรงลื่นหัวแตก ในปี 2022

โทรศัพท์มือถือน่าใช้

5 อันดับโทรศัพท์มือถือเล่นเกมเร็ว แรงลื่นหัวแตก ในปี 2022

สำหรับผู้เล่นเกม ที่ชื่นชอบ หรือหลงใหลไปกับการเล่นเกมบนโทรศัพท์มือถือ

ในบทความนี้ก็อยากจะมาแนะนำ 5 อันดับโทรศัพท์มือถือที่สเปคเร็ว

แรงลื่นหัวแตก ในงบที่เรียกได้ว่าโดนใจอย่างแน่นอน แถมโทรศัพท์ที่มาแนะนำเหล่านี้ยังเล่นเกมได้แบบจัดหนัก จัดเต็ม ด้วยยุคสมัยใหม่ทำให้เหล่าผู้พัฒนาเกมมือถือ ได้พัฒนาเกมไม่ว่าจะเป็นเกมแนว Sport, MOBA, FPS, MMORPG, Survival, Co Op, Open World หรือ Battle Royale เล่นเกมได้แบบไม่ต้องกังวลเรื่องของการใช้แบตเตอรี่ เมื่อผู้เล่นเกมอยู่ด้านนอก หรือใช้ชีวิตประจำวันได้แบบสะดวกสบาย แถมการใช้งานได้แบบไม่มีกระตุก ส่วนหน้าจอโทรศัพท์มือถือของการใช้เล่นเกมยังกว้างขวาง สีสันสดใส ตอบโจทย์สำหรับผู้เล่นเกมที่กำลังมองหาโทรศัพท์มือถือเอาไว้เล่นเกมโดยเฉพาะ และยังเอาไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันได้แบบลื่นไม่มีสะดุดให้กวนใจเลย

การเลือกคุณสมบัติโทรศัพท์มือถือที่สำคัญมากที่สุด

  1. เลือกแบตเตอรี่ที่มีความจุมากกว่า 4000 mAh ขึ้นไป และยังรองรับเทคโนโลยีการชาร์จเร็วขั้นต่ำที่ 15W เพราะการเลือกแบตเตอรี่เป็นสิ่งสำคัญเลยทีเดียว ยิ่งมีความจุที่มากเท่าไหร่ จะทำให้การเล่นเกมเล่นได้อย่างยาวนาน ไม่ต้องมากังวลหาสายชาร์จอยู่ตลอดเวลา แถมเมื่อเลือก 15W ขึ้นไปก็จะช่วยในเรื่องระยะเวลาของการชาร์จได้อย่างรวดเร็วแค่ไม่กี่นาทีก็เต็มแล้ว ต่างจากสมัยก่อนที่การชาร์จแต่ละทีขั้นต่ำเป็นหลาย ๆ ชั่วโมงกันเลย
  2. ชิพ CPU ของตัวเครื่องในการใช้งาน Snapdragon หรือ A ในรุ่นต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นในระดับกลาง ระดับสูง หรือตัวรุ่นใหม่ของค่าย จะช่วยทำให้การตัดสินใจเลือกโทรศัพท์ได้ง่ายมากขึ้น ซึ่งเป็นตัวสำคัญที่จะทำให้การเล่นเกมได้เร็ว ทันใจของผู้ใช้อย่างแน่นอน
  3. หน้าจอแสดงผลที่กว้างมากกว่า 6 นิ้ว จำเป็นอย่างมากที่จะต้องเลือกหน้าจอที่ใหญ่ การเล่นเกมในแต่ละครั้งจะทำให้เล่นเกมได้อย่างสนุกสนาน เมื่อเล่นเกมไปแล้วเห็นภาพหน้าจอได้กว้างขวางขึ้น หรือการเล่นเกมที่เป็นกราฟฟิกสูง ๆ จะทำให้เล่นเกมได้อย่างจุใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องการสะดุดสักนิดเดียว
  4. การระบายความร้อนของตัวโทรศัพท์มือถือ เนื่องจากเกมมีความทันสมัยที่เพิ่มมากขึ้น มีสีสันที่สวยงาม อาจจะทำให้การทำงานของตัวเครื่องมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น อาจจะทำให้เกิดอาการกระตุกเมื่อเล่นเกมเป็นระยะเวลาที่นาน
  5. หน่วยความจำ หรือที่เรียกกันว่า RAM ขั้นต่ำที่ 8 GB แน่นอนว่าเมื่อมีการพัฒนาเกมใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นอยู่มากมาย จึงทำให้ทางผู้พัฒนาตัวเกมแต่ละอย่าง ได้แข่งขันกันสร้างแพตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็นเกม Rov, เกม PUBG Mobile หรือตัวเกมที่ต้องการกราฟฟิกสูง ๆ จึงทำให้จะโหลดตัวเกมแต่อย่างเข้ามามีหน่วยความจำที่เยอะ ซึ่งผู้ที่เล่นเกมก็จะต้องเลือกหน่วยความจำเอาไว้รองรับตัวเกมในอนาคตอีกด้วย และสำหรับผู้เล่นคนไหนที่เล่นหลายๆ เกมแล้ว ก็ควรจะเลือกหน่วยความจำที่มากกว่า 64 – 128 GB เพื่อที่จะใช้เผื่อในอนาคตได้อีกด้วย
  6. 6. เลือกโทรศัพท์มือถือตามการเล่นเกม อย่างที่ทราบกันดีว่าแต่ละเกม ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป บางเกมก็ต้องใช้กราฟฟิกที่สูง แต่บางเกมก็ไม่จำเป็น ซึ่งการเลือกโทรศัพท์มือถือที่จะเอาไว้ใช้เล่นเกม ก็จะต้องตอบโจทย์การใช้งานตามไปด้วย

5 อันดับการเลือกโทรศัพท์มือถือไว้เล่นเกมได้แบบแรงๆ

  1. OnePlus 9 Pro งบ 22,200 บาท

หน้าจอแสดงผล Fluid AMOLED 10-bit (1.07 พันล้านสี) HDR 10+ ความกว้างของหน้าจอ 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3216 พิกเซล หน้าจอ 120Hz การใช้งาน Nano-SIM รองรับ 2 ซิมการ์ดข้อมูล 3G, 4G และ 5G ระบบปฏิบัติการ OxygenOS 11 base on Android 11 ชิพ CPU Snapdragon 888 Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 2.84 GHz หน่วยความจำ 12 GB ROM 256GB แบตเตอรี่ตัวเครื่อง 4,500 mAh รองรับชาร์จไว 65W (Fast Charging) และรองรับการชาร์จแบบไร้สาย

  1. Motorola Edge 30 Pro งบ 22,999 บาท

หน้าจอOLED 10-bit (1.07 พันล้านสี) HDR 10+ ความกว้างของหน้าจอ 6.7 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล หน้าจอ 144Hz การใช้งาน Nano-SIM รองรับ 2 ซิมการ์ดข้อมูล 3G, 4G และ 5G ระบบปฏิบัติการ Android 12 ชิพ CPU Snapdragon 8 Gen 1 Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 3.0 GHz หน่วยความจำ 8/12GB ROM 128/256 GB แบตเตอรี่ตัวเครื่อง 4,800 mAh รองรับชาร์จไว 68W และรองรับการชาร์จไร้สาย 15W

  1. OPPO A53 งบ 5,499 บาท

หน้าจอ IPS-LCD 24-bit (16 ล้านสี) ความกว้าง 6.5 นิ้ว ความละเอียด 720 x 1600 พิกเซล หน้าจอ 90Hz การใช้งาน Nano-SIM รองรับ 2 ซิมการ์ดข้อมูล 3G และ 4G ระบบปฏิบัติการ Color OS 7.2 based on Android 10 ชิพ CPU Snapdragon 460 Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 1.8 GHz หน่วยความจำ 4 GB ROM 64/128GB ตัวเสริม microSD สูงสุด 265 GB แบตเตอรี่ตัวเครื่อง Li-ion 5,000 mAh และรองรับการชาร์จไว 18W

  1. Redmi Note 11 Pro งบ 8,999 บาท

หน้าจอ Super AMOLED 24-bit (16 ล้านสี) ความกว้าง 6.67 นิ้ว ความละเอียด 1080 x 2400 พิกเซล หน้าจอ 120Hz การใช้งาน Nano-SIM Hybridsim ใส่ได้ทั้งซิมการ์ด และเมมโมรี่ ซิมการ์ดข้อมูล 3G และ 4G ระบบปฏิบัติการ MIUI 13 based on Android 11 ชิพ CPU Helio G96 Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 2.05 GHz หน่วยความจำ 8 GB ROM 128 GB ตัวเสริม microSD สูงสุด 1 TB แบตเตอรี่ตัวเครื่อง 5,000 mAh และรองรับการชาร์จไว 67W

  1. Huawei P50 Pro งบ 33,990 บาท

หน้าจอ OLED 10-bit (1.07 พันล้านสี) ความกว้าง 6.6 นิ้ว ความละเอียด 1228 x 2700 พิกเซล หน้าจอ 120Hz การใช้งาน Nano-SIM Hybridsim ใส่ได้ทั้งซิมการ์ด และเมมโมรี่ ซิมการ์ดข้อมูล 3G และ 4G ระบบปฏิบัติการ EMUI 12 ชิพ CPU Snapdragon 888 4G Octa Core ความเร็วอยู่ที่ 2.84 GHz หน่วยความจำ 8 GB ROM 256 GB ตัวเสริม NM card สูงสุด 256 GB แบตเตอรี่ตัวเครื่อง 4,360 mAh รองรับการชาร์จไว 66W และรองรับชาร์จไร้สาย 50W